
มากกว่าคำสัญญา...
คือ "ปาฏิหาริย์" ที่เกิดขึ้นจริง
กว่า 105 ชีวิต
ตัวชี้วัดที่สำคัญที่สุดของธนาคารสเต็มเซลล์ ไม่ใช่ปริมาณการจัดเก็บ แต่คือ "ความสำเร็จในการนำเซลล์ไปใช้รักษาเมื่อลูกค้าต้องการ" (Released Cases) THAI StemLife ภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการคืนรอยยิ้มให้กับกว่า 105 ครอบครัว


สถิติการเบิกใช้เพื่อรักษาจริง
0%
กลุ่มโรคเลือด
รักษาธาลัสซีเมีย และลูคีเมีย สำเร็จเป็นกลุ่ม Cohort ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย
0%
กลุ่มการฟื้นฟูสมอง
ฟื้นฟูผู้ป่วยภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ภาวะสมองบาดเจ็บ และออทิสติก
0%
กลุ่มเวชศาสตร์ฟื้นฟูข้อเข่า
การใช้สเต็มเซลล์เพื่อฟื้นฟูข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ โดยมีงานวิจัยรองรับกว่า 6 ฉบับ
มากกว่า 105 ชีวิต ที่ได้รับโอกาสในการรักษา
ไม่มีสิ่งใดสะท้อนคุณค่าได้ชัดเจนยิ่งไปกว่าการมีการนำเลือดจากสายสะดือ (Cord Blood Unit) ออกมาใช้จริงในการปลูกถ่ายไขกระดูกและประสบความสำเร็จ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ผู้ป่วยได้รับโอกาสในการรักษาชีวิต ทั้งนี้เป็นผลงานที่ยังไม่เคยมีธนาคารสเต็มเซลล์เอกชนรายใดในประเทศไทยสามารถดำเนินการได้มาก่อน
สถิติการนำเลือดจากสายสะดือออกมาใช้ของไทย สเตมไลฟ์ ณ เดือนกันยายน พ.ศ. 2565 ธนาคารสเต็มเซลล์แห่งเดียวที่มีจำนวนการนำเลือดจากสายสะดือออกมาใช้สูงที่สุดในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และในทวีปเอเชีย

THAI StemLife BLOOD STEM CELL RELEASE
เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด (Hematopoietic Stem Cells) ที่พบในกระแสเลือดเป็นเซลล์ต้นกำเนิดที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดซึ่งจะหมุนเวียนอยู่ในร่างกายในปริมาณเล็กน้อยตามปกติ อย่างไรก็ตาม เมื่อร่างกายได้รับไซโตไคน์ที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของไขกระดูก เช่น G-CSF (Granulocyte Colony-Stimulating Factor) ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างได้ตามธรรมชาติและมีบทบาทในการกระตุ้น การสร้างเซลล์ต้นกำเนิด) หรือในช่วงที่ไขกระดูกกำลังฟื้นตัวหลังการให้เคมีบำบัด จำนวนของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในกระแสเลือดจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่เก็บจากกระแสเลือดมักมีอัตราการฝังตัวและการฟื้นตัวของระบบสร้างเม็ดเลือดได้รวดเร็วกว่าการใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากไขกระดูก ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากเซลล์ที่เก็บจากกระแสเลือดมีความสมบูรณ์และมีความพร้อมในการทำหน้าที่สร้างเม็ดเลือดมากกว่า
โดยทั่วไป เมื่อกล่าวถึง “การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์” มักหมายถึงการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดที่ได้จากกระแสเลือด แม้ว่าแหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติของเซลล์ต้นกำเนิดจะอยู่ในไขกระดูก แต่สามารถกระตุ้นให้เซลล์เหล่านี้เคลื่อนออกจากไขกระดูกเข้าสู่กระแสเลือดได้ ซึ่งช่วยให้สามารถเก็บเซลล์ต้นกำเนิดมาใช้ในการรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้น

ขั้นตอนการเก็บ สเต็มเซลล์จากกระแสเลือด (ตนเอง)
การให้คำปรึกษา
ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพทย์และการตรวจร่างกาย
การกระตุ้น
ฉีดยากระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์จากไขกระดูก (G-CSF) 5 วัน
การเก็บเซลล์
เก็บ Full PBSCs ด้วย apheresis AutoMini PBSCs ใช้เลือด 350 ซีซี
ห้องปฏิบัติการ
ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการของTHAI StemLife เพื่อทำการคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์
การแช่แข็ง
จัดเก็บสเต็มเซลล์ แช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิ-196°C
การนำมาใช้
เบิกสเต็มเซลล์เพื่อนำไปใช้
การให้คำปรึกษา
ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับประวัติการแพทย์และการตรวจร่างกาย
การกระตุ้น
ฉีดยากระตุ้นการสร้างสเต็มเซลล์จากไขกระดูก (G-CSF) 5 วัน
การเก็บเซลล์
เก็บ Full PBSCs ด้วย apheresis AutoMini PBSCs ใช้เลือด 350 ซีซี
ห้องปฏิบัติการ
ส่งตัวอย่างไปยังห้องปฏิบัติการของTHAI StemLife เพื่อทำการคัดแยกและเพาะเลี้ยงสเต็มเซลล์
การแช่แข็ง
จัดเก็บสเต็มเซลล์ แช่เยือกแข็งที่อุณหภูมิ-196°C
การนำมาใช้
เบิกสเต็มเซลล์เพื่อนำไปใช้
การเบิกสเต็มเซลล์เพื่อใช้ในการรักษา
สถิติการนำส่งเพื่อการรักษาสูงสุดโดยธนาคารสเต็มเซลล์เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย เป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เข้มงวดในระดับสากล

มีการนำสเต็มเซลล์ชนิด PBSC จากผู้ป่วยเพื่อนำกลับมาใช้รักษาตนเอง จำนวน 40 ครั้ง สำหรับการดูแลภาวะข้อเข่าเสื่อม (Osteoarthritis) ในโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลตำรวจ ประเทศไทย ภายใต้โครงการศึกษาที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภาแห่งประเทศไทย ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้นำไปสู่การตีพิมพ์บทความทางวิชาการระดับนานาชาติที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed) จำนวน 6 ฉบับ และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงทางวิชาการมากกว่า 108 ครั้ง
นอกจากนี้ ยังมีการนำสเต็มเซลล์ชนิด PBSC จากผู้ป่วยเพื่อนำกลับมาใช้รักษาตนเอง จำนวน 25 ครั้ง สำหรับการดูแลแผลจากโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus Ulcers) ในโรงพยาบาลเอกชน ภายใต้โครงการศึกษาที่ได้รับรางวัล NIA 2006 Top Innovation Award ของประเทศไทย
ข้อมูลดังกล่าวเป็นสถิติการนำสเต็มเซลล์ออกมาใชโดย ไทย สเตมไลฟ์ เพื่อสนับสนุนการรักษาทางการแพทย์ในโรคและภาวะต่าง ๆ ทั้งนี้ ไม่ควรใช้ข้อมูลนี้เป็นเอกสารอ้างอิงเพื่อระบุขอบเขตของโรคที่สามารถรักษาได้ด้วยสเต็มเซลล์ นอกจากนี้ การจัดเก็บเลือดจากสายสะดือ เนื้อเยื่อ หรือเยื่อบุจากทารกแรกเกิด ไม่สามารถรับประกันได้ว่าสเต็มเซลล์จะสามารถใช้รักษาโรคหรือให้ผลการรักษาได้ในทุกกรณี การพิจารณานำสเต็มเซลล์ไปใช้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นสำคัญ มากกว่า 105 ชีวิต ที่ได้รับโอกาสในการรักษา
ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของผู้ป่วยเอง (Autologous Umbilical Cord Blood Stem Cells) ร่วมกับสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด G-CSF ในการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ซึ่งต่อมาได้มีการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในวารสารที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed) ในปี พ.ศ. 2554 และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้วมากกว่า 60 ครั้ง
ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของผู้ป่วยเอง (Autologous Umbilical Cord Blood Stem Cells) ร่วมกับสารกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือด G-CSF ในการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองพิการ (Cerebral Palsy) ซึ่งต่อมาได้มีการตีพิมพ์ผลงานวิชาการในวารสารที่ผ่านการพิจารณาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ (peer-reviewed) ในปี พ.ศ. 2554 และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้วมากกว่า 60 ครั้ง
ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเอง (Autologous Peripheral Blood Stem Cells) เพื่อการดูแลแผลจากโรคเบาหวาน (Diabetic Ulcers)
ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเอง (Autologous Peripheral Blood Stem Cells) เพื่อการดูแลแผลจากโรคเบาหวาน (Diabetic Ulcers)
ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของพี่น้องผู้บริจาคที่ได้รับการวางแผนให้เป็น “ผู้บริจาคที่เหมาะสม” (Savior Sibling) ซึ่งเกิดจากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) ณ บริษัทในเครือ Superior ART เพื่อนำไปใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูกสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) จนถึงปัจจุบัน มีทารกอีก 15 ราย ที่เกิดจาก Superior ART และมีการนำสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือไปใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูกให้แก่พี่น้องที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย รวมเป็น 15 กรณี ทั้งนี้ จากจำนวนกรณีที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกประมาณ 100 กรณี มีจำนวน 15 กรณี ที่ได้รับการสนับสนุนโดย ไทย สเตมไลฟ์
ไทย สเตมไลฟ์ ได้สนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือของพี่น้องผู้บริจาคที่ได้รับการวางแผนให้เป็น “ผู้บริจาคที่เหมาะสม” (Savior Sibling) ซึ่งเกิดจากกระบวนการปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) ณ บริษัทในเครือ Superior ART เพื่อนำไปใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูกสำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) จนถึงปัจจุบัน มีทารกอีก 15 ราย ที่เกิดจาก Superior ART และมีการนำสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือไปใช้ในการปลูกถ่ายไขกระดูกให้แก่พี่น้องที่ป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย รวมเป็น 15 กรณี ทั้งนี้ จากจำนวนกรณีที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกประมาณ 100 กรณี มีจำนวน 15 กรณี ที่ได้รับการสนับสนุนโดย ไทย สเตมไลฟ์
มีการสนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเอง (Autologous Peripheral Blood Stem Cells) เพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis: MS)
มีการสนับสนุนการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเอง (Autologous Peripheral Blood Stem Cells) เพื่อการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis: MS)
ได้มีการนำสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองมาใช้ในการศึกษาวิจัยด้านภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) อย่างต่อเนื่อง โดยผลงานวิจัยจำนวน 6 ฉบับ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงรวมมากกว่า 140 ครั้ง
ได้มีการนำสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองมาใช้ในการศึกษาวิจัยด้านภาวะข้อเข่าเสื่อม (Knee Osteoarthritis) อย่างต่อเนื่อง โดยผลงานวิจัยจำนวน 6 ฉบับ ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ และจนถึงปัจจุบันมีการอ้างอิงรวมมากกว่า 140 ครั้ง
ได้มีการศึกษากลไกการทำงานของสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองในกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมกระดูกอ่อน (Cartilage Regeneration) ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้ว 42 ครั้ง
ได้มีการศึกษากลไกการทำงานของสเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองในกระบวนการฟื้นฟูและซ่อมแซมกระดูกอ่อน (Cartilage Regeneration) ซึ่งผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้ว 42 ครั้ง
ได้มีการดำเนินการศึกษาวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Study) เกี่ยวกับการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองในการดูแลภาวะข้อเข่าเสื่อม โดยโครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภาแห่งประเทศไทย และผลงานที่ตีพิมพ์ได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้ว 28 ครั้ง
ได้มีการดำเนินการศึกษาวิจัยแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Study) เกี่ยวกับการใช้สเต็มเซลล์จากกระแสเลือดของผู้ป่วยเองในการดูแลภาวะข้อเข่าเสื่อม โดยโครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการรับรองจากกระทรวงสาธารณสุขและแพทยสภาแห่งประเทศไทย และผลงานที่ตีพิมพ์ได้รับการอ้างอิงในระดับนานาชาติแล้ว 28 ครั้ง

